โรเบิร์ตสัน คว้าชัย ! ชนะ ฮิกกินส์ ได้ถ้วย อิงลิชโอเพ่น สมัยแรก

 “จิงโจ้มหาประลัย”  นีล โรเบิร์ตสัน นักสอยคิวมือ 4 ของโลกจากออสเตรเลีย ออกแรงฮึดจากการถูกขึ้นแท่น 6-8 เฟรม จนพลิกกลับมาคว้าชัยเหนือ “พ่อมดวิสกี้” จอห์น ฮิกกินส์ มือ 6 ของโลกจากสกอตแลนด์ไปอย่างฉิวเฉียด 9-8 เฟรม ผงาดแชมป์สอยคิวอิงลิชโอเพ่น 2021 ไปครองเป็นสมัยแรก เมื่อช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ สังเวียนมาร์แชลอารีน่า เมืองมิลตันคีนส์ ประเทศอังกฤษ

    ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก หลังจากแฟนสนุกเกอร์แห่แหนกันเข้ามาชมกันอย่างเนืองแน่น จนเต็มความจุของสถานที่แข่งขัน แม้จะเป็นครั้งแรกที่ศึกอิงลิชโอเพ่น ไม่มีนักสอยคิวชาวอังกฤษผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศก็ตาม

    การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ ทำได้ทำให้นักสอยคิวผมทองวัย 39 ปี แก้ตัวได้สำเร็จหลังจากศึกอิงลิชโอเพ่น 2020 เมื่อปีก่อน เขาแพ้ จัดด์ ทรัมป์ ในรอบชิงชนะเลิศไปอย่างเจ็บปวด 8-9 เฟรม     โรเบิร์ตสัน คว้าเงินรางวัล 70,000 ปอนด์ หรือประมาณ 3.1 ล้านบาท พร้อมกับถ้วย “เดวิสโทรฟี่” แถมยังได้คะแนนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยถึง 70,000 คะแนนเต็ม โดยไม่ถูกหักอีกด้วย แม้จะยังรั้งอันดับ 4 ของโลกเหมือนเดิม ทว่าคะแนนสะสมตามหลังอันดับ 3 ของโลกอย่าง รอนนี่ โอซัลลิแวน เพียง 20,000 แต้มเท่านั้น

นีล โรเบิร์ตสัน พลิกนรกเชือด ฮิกกินส์ ผงาดสอยคิวอิงลิชโอเพ่นสมัยแรก

    นอกจากนี้ ยังเป็นแชมป์รายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้งลำดับที่ 21 ของเจ้าตัวอีกต่างหาก จนขยับหนี มาร์ค เซลบี้ ขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 แต่เพียงผู้เดียว ในทำเนียบนักสอยคิวที่คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์แรงค์กิ้งมากที่สุดในโลก 

    โดยมีเพียง 6 คนเท่านั้นที่คว้าแชมป์รายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้งได้มากกว่า ประกอบด้วย รอนนี่ โอซัลลิแวน (37 รายการ), สตีเฟ่น เฮนดรี้ (36 รายการ), จอห์น ฮิกกินส์ (31 รายการ), สตีฟ เดวิส (28 รายการ), มาร์ค เจ วิลเลียมส์ (24 รายการ) และ จัดด์ ทรัมป์ (22 รายการ)

    ความสำเร็จคราวนี้ของ นีล โรเบิร์ตสัน ยังส่งผลดีต่อ สจวร์ต บิงแฮม มือ 13 ของโลกจากอังกฤษ ได้ส้มหล่นคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันรายการแชมเปี้ยนออฟแชมเปี้ยนส์ 2021 หรือศึกแชมป์เหนือแชมป์ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าอีกด้วย ระหว่างวันที่ 15-21 พฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึง ณ เมืองโบตัน ประเทศอังกฤษ

นีล โรเบิร์ตสัน พลิกนรกเชือด ฮิกกินส์ ผงาดสอยคิวอิงลิชโอเพ่นสมัยแรก

    เนื่องจาก นีล ได้สิทธิ์ดวลคิวศึกแชมป์เหนือแชมป์ไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงส่งผลให้ บิงแฮม ได้ตั๋วใบสุดท้ายอันล้ำค่า เข้าไปเป็น 1 ใน 16 นักสอยคิว เข้าไปประชันเพลงคิวในศึกแชมเปี้ยนออฟแชมเปี้ยนส์ 2021 ต่อไป ในฐานะนักสอยคิวที่มีอันดับโลกดีที่สุด แม้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา บิงแฮม จะคว้าแชมป์รายการใดมาครองไม่ได้เลยก็ตาม

    ด้าน จอห์น ฮิกกินส์ ที่จ่อจะคว้าแชมป์อยู่แล้ว จากการขึ้นแท่นนำ 8-6 เฟรม แต่กลับปิดทัวร์นาเมนต์ไม่ลง ก่อนจะโดน นีล คว้าชัยไปใน 3 เฟรมสุดท้าย และพลิกกลับมาแพ้อย่างเจ็บปวด 8-9 เฟรม นับว่าอาภัพและน่าเห็นใจสุดๆ

    เพราะเหตุการณ์นี้ เพิ่งเกิดขึ้นกับเขาไปหมาดๆ ในศึกนอร์เทิร์นไอร์แลนด์โอเพ่น 2021 เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน จากการขึ้นแท่นนำ มาร์ค อัลเลน ในรอบชิงชนะเลิศ 8-6 เฟรม แต่ก็พลิกกลับมาแพ้ 8-9 เฟรม เหมือนกันเป๊ะ

นีล โรเบิร์ตสัน พลิกนรกเชือด ฮิกกินส์ ผงาดสอยคิวอิงลิชโอเพ่นสมัยแรก

    การพลิกกลับมาแพ้ ทั้งๆที่ถ้วยแชมป์อยู่แค่เอื้อม แถมยังเกิดขึ้นซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้ จอห์น ฮิกกินส์  มีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังจากการแข่งขันจบลง ไม่ต่างอะไรกับโมเมนต์ที่เขา คว้ารองแชมป์โลก 3 ปีติดระหว่างปี 2017-2019 เลย

    เท่านั้นยังไม่พอ แม้จะได้รับเงินรางวัลสำหรับตำแหน่งรองแชมป์ 30,000 ปอนด์(ประมาณ 1.3 ล้านบาท) แต่การรับบทพระรองในศึกอิงลิชโอเพ่นในครั้งที่เพิ่งปิดฉากลงไป ทำให้ ฮิกกินส์ ที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 46 ย่าง 47 โดนหักคะแนนสะสม 22,500 คะแนน จนอันดับโลกร่วงจากอันดับ 6 ลงมาอยู่อันดับ 7 ของโลกแล้ว

    ตามเงื่อนไขของเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์(WST) ที่นำจำนวนเงินรางวัลที่ได้รับในศึกอิงลิชโอเพ่น 2021 มาหักลบกับจำนวนเงินรางวัลที่ได้รับในศึกเวิลด์โอเพ่น 2019 และนอร์เทิร์นไอร์แลนด์โอเพ่น 2019

นีล โรเบิร์ตสัน พลิกนรกเชือด ฮิกกินส์ ผงาดสอยคิวอิงลิชโอเพ่นสมัยแรก

    ปรากฏว่า ฮิกกินส์ ได้เงินจากศึกเวิลด์โอเพ่น 2019 จำนวน 32,500 ปอนด์ และจากนอร์เทิร์นไอร์แลนด์ 2019 อีก 20,000 ปอนด์ หลังจากตกรอบรองชนะเลิศเหมือนกันทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์ 

    พอนำมาหักลบกับเงินรางวัล 30,000 ปอนด์ที่เพิ่งได้รับจากศึกอิงลิชโอเพ่น 2021 จึงโดนหักคะแนนสะสม 22,500 คะแนน ตามสมการดังนี้ [30,000 – (32,500) – (20,000)] = -22,500 คะแนน