จอร์แดน บราวน์ ผงาดฝีมืดคว้าแชมป์เวลช์โอเพ่น 2021

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันปี 2021 จะจากพวกเราไปแล้ว และปี 2022 กำลังจะมาเยือน ซึ่งในรอบปี 2021 ที่กำลังจะจากลาในอีกไม่ช้า มีหลากหลายเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในวงการคิวโลก จนกลายเป็นเหตุการณ์เด่นที่อยู่ในความทรงจำของบรรดาสาวกกีฬาแม่นรูหลายคน

    ในช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบนี้ ทางทีมงานจะนำเรื่องราวที่กลายเป็นเหตุการณ์เด่น ในวงการสนุกเกอร์อาชีพโลก มาให้แฟนสอยคิวได้ติดตามกัน

    เริ่มจากการคว้าแชมป์ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดในปีนี้ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการดวลคิวในศึกเวลช์โอเพ่น 2021 ที่เซลติกมาเนอร์ รีสอร์ต เมืองนิวพอร์ต ประเทศเวลส์ ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ 2021    ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า นักสอยคิวมืออันดับ 81 ของโลกอย่าง จอร์แดน บราวน์ นักสอยคิววัย 34 ปีจากไอร์แลนด์เหนือ จะเป็นผู้ชูถ้วยแชมป์ “เรย์ เรียร์ดอน โทรฟี่” ขึ้นเหนือศีรษะในท้ายที่สุด

    เพราะนอกจากจะไม่เคยคว้าแชมป์รายการอาชีพมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ร่วมบู๊ศึกสอยคิวอาชีพโลกหนแรกเมื่อปี 2009 เป็นต้นมา ผลงานดีที่สุดของนักสอยคิวผู้นี้ คือการผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ในรายการเยอรมันมาสเตอร์ส 2021 เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นก่อนที่ศึกเวลช์โอเพ่น 2021 จะเริ่มบรรเลงเพลงคิวเพียง 2 สัปดาห์

    ด้วยโปรไฟล์ที่ไม่สวยหรู ไร้ซึ่งถ้วยแชมป์ประดับบารมี แถมอันดับโลกยังห่างจากหลักร้อยเพียง 19 ลำดับเท่านั้น จึงทำให้ร้านพนันในอังกฤษสำนักต่างๆ ตั้งราคาคว้าแชมป์เวลช์โอเพ่น 2021 ให้กับเขาเพียง 750 ต่อ 1 หรือแทง 1 จ่าย 750(ไม่รวมทุน)เท่านั้น 

    เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ดูถูกกันเอามากๆ เพราะไม่มีสำนักพนันแห่งใดมองว่า จอร์แดน บราวน์ จะสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ได้เลย ส่วนนักเสี่ยงโชคก็แทบจะไม่มีใครแทงให้เขาคว้าแชมป์ด้วย เพราะเสมือนเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ไม่ต่างอะไรกับการนำเงินไปให้ร้านพูลรับประทานแบบฟรีๆ 

เหตุการณ์เด่นคิวโลกปี2021:จอร์แดน บราวน์ หักปากกาเซียนซิวแชมป์เวลช์โอเพ่น

    แต่ใครจะไปคาดคิดว่า นักสอยคิวจากมณฑลแอนทริม ที่อยู่ทางตะวันออกของไอร์แลนด์เหนือ จะหักปากกาเซียน ด้วยการคว้าแชมป์ไปครองอย่างเหลือเชื่อ 

    และคู่ต่อสู้แต่ละคนที่เขาสยบ ตั้งแต่รอบ 128 คน ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ล้วนแล้วแต่เป็นคู่แข่งที่มีอันดับโลกในเวลานั้น เหนือกว่าเขาแทบทั้งสิ้น 

    เริ่มตั้งแต่ไล่ต้อน หลู หง เห่า จากจีน 4-0 เฟรม(รอบ 128 คน), ตามด้วยการเฉือน แซมเครกี้ จากอังกฤษในเฟรมตัดสิน 4-3 เฟรม(รอบ 64 คน), ถัดมาในรอบ 32 คน เขาได้พลิกนรกจากการตามหลัง 1-3 ก่อนจะกลับมาคว้าชัยเหนือ อเล็กซานเดอร์ อูเชนเบเชอร์ จากสวิตเซอร์แลนด์อย่างหืดจับ 4-3 เฟรม, และในรอบ 16 คนสุดท้าย เขาเผชิญสถานการณ์หลังพิงฝาอีกครั้ง ด้วยการตามหลัง 2-3 แต่ก็ฮึดสู้จนปราบ มาร์ค คิง จากอังกฤษไปได้ 4-3 เฟรม

    จากนั้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ แฟนสนุกเกอร์หลายคนต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า จอร์แดน บราวน์ คงจอดป้ายเพียงรอบนี้ เนื่องจากคู่ต่อสู้ของเขาคือ มาร์ค เซลบี้ ทว่านักสอยคิวจากไอร์แลนด์เหนือ ก็สร้างความฮือฮาอีกหน ด้วยการเขี่ยนักสอยคิวมือ 4 ของโลกในเวลานั้นตกรอบอย่างเหลือเชื่อ จากการเอาชนะในเฟรมตัดสินเป็นแมตช์ที่ 4 ติดต่อกัน ในสกอร์ 5-4 เฟรม พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในรายการอาชีพได้เป็นครั้งแรกในชีวิตเขาเอง

    ถัดมาในรอบรองชนะเลิศ บราวน์ ยังแรงไม่หยุด เมื่อเอาชนะ สตีเฟ่น แม็กไกวร์ จากสกอตแลนด์ 6-4 เฟรม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ “เดอะร็อกเก็ต” รอนนี่ โอซัลลิแวน 

    แม้ตลอดทัวร์นาเมนต์จะทำผลงานได้อย่างเซอร์ไพรส์ แต่ก็ไม่มีใครกล้าคิดว่า นักสอยคิวที่เพิ่งเปิดซิงผ่านเข้าชิงเป็นหนแรก จะหาญกล้าโค่นมหาเทพแห่งวงการอย่าง รอนนี่ ลงได้ สาวกแมนรูส่วนใหญ่ โดยเฉพาะแฟนคลับของ รอนนี่ ต่างมั่นใจแบบเต็มประดาว่า แชมป์รายการระดับเวิลด์แรง์กิ้งถ้วยที่ 38 ของเดอะร็อกเก็ต จะเกิดขึ้นในศึกเวลช์โอเพ่น 2021 อย่างแน่นอน

    ทว่าในท้ายที่สุดแล้ว กลับเป็น จอร์แดน บราวน์ ที่สร้างปาฏิหาริย์ เฉือน รอนนี่ 9-8 เฟรมอย่างเหลือเชื่อ คว้าแชมป์ไปครองอย่างหักปากกาเซียน เล่นเอาบรรดากูรูคิวโลกหลายคนหน้าแหกไปตามๆกัน นับเป็นแชมป์แรกของบนยุทธจักรคิวโลก พร้อมกับมีอันดับโลกกระโดดถึง 36 ลำดับเลยทีเดียว จากอันดับ 81 ขึ้นมารั้งอันดับ 45 ของโลก 

    อีกทั้งยังกลายเป็นนักสอยคิวที่มีอันดับโลกต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ที่สร้างเซอร์ไพรส์คว้าแชมป์รายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้งไปครองอีกต่างหาก ต่อจาก เดฟ ฮาร์โรลด์ อดีตนักสอยคิวชาวอังกฤษ ที่คว้าแชมป์ไทยแลนด์โอเพ่น 1993 ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่เป็นมืออันดับ 93 ของโลก

    อย่างไรก็ตาม หลังจากคว้าแชมป์เวลช์โอเพ่น 2021 ในครั้งนั้น จอร์แดน บราวน์ ไม่สามารถกลับมาคว้าแชมป์รายการอื่นได้อีกเลย ส่วนใหญ่ก็มักจะตกรอบแรกๆเป็นประจำ โดยศึกชิงแชมป์โลกหนล่าสุด ก็แพ้ในรอบคัดเลือก จนไม่ได้สิทธิ์มาดวลคิวในรอบสุดท้าย ที่สังเวียนครูซิเบิลเธียร์เตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ

    เรียกได้ว่า พอได้แชมป์ปุ๊บ ก็เงียบหายไปเลย ฝีมือกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่สามารถยกระดับให้เป็นสุดยอดนักสอยคิวได้  เสมือนพลุที่สว่างไสวบนท้องฟาเพียงชั่วพริบตาก่อนจะมืดหายไป จนแฟนสนุกเกอร์จำนวนไม่น้อยต่างมองว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในเวลช์โอเพ่น 2021 มาจากการฟลุ๊คมากกว่า